ความตายไม่ใช่สิ่งที่เป็นอัปมงคล แต่เป็นส่วนหนึ่งของสามัญ ลักษณะของชีวิตซึ่งมนุษย์ผู้ใฝ่รู้ในธรรมพึ่งศึกษาและทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ ความตายทำให้เราทำความดี
การเตรียมตัวก่อนตาย
1. ต้องสร้างบุญกุศล --ภาวนา ศีล ทาน ทานมีทั้งอภัยทาน อภัยคนอื่น ให้ธรรมะเป็นทาน การให้กำลังใจ
2. สติ ---สวดมนต์ สอนธรรมะ เจริญสติ เวลาใกล้ตายร่างกายอ่อนแออย่างมาก แต่มีจิตอยู่เราสามารถติดต่อได้ทางหูการได้ยิน มีจิตดวงสุดท้ายก่อนตาย
ความตายมี 2 อย่างคือ
1.ตายอย่างศักดิ์ศรี ตายขณะมีสติ สัมปชัญญะ ขณเจริญภาวนา ขณะกำหนอการรู้ตัว ย่อมไปสู่สุคติ แน่นอน ทางสุขเกิดเป็นมนุษย์ เทวดา พรหม อรูปพรหม
2.ตายอย่างไร้ศักดิ์ศรี ตายขณะครำครวญ ร้องไห้ เคร้าโศก เสียใจ ขณะขุ่นเคือง โกรธแค้น ห่วงใย เสียดาย ไปสู่ทุคติ หรืออบายภูมิ เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เปรต อสูรกาย สัตว์นรก หรือถ้าใครทำกรรมไม่ดีหนักมากจิตนึกถึง
จิตจุติไปอย่างสงบกลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก อย่างเอะอะทำให้สติแตกได้ ให้ฟังธรรมะ สวดมนต์ เพื่อให้จิดจดอยู่ที่ธรรมะนั้น ห้ามให้ลูกหลานร้องไห้ให้ได้ยิน หรืออไม่พูดว่า พุธโธๆๆๆ สัมอะระหัง อื่นๆๆพบแสงแห่งธรรม เมื่อเรารู้ว่าคนที่เรารักรอวันตายด้วยความเจ็บปวดนั้นเราสามารถช่วยได้ ระหว่างนั้นทำบุญโดยนิมนต์พระมาทำบุญ ให้เราถามถึงเรื่องบุญที่เค้าได้ทำมาเพือให้จิตเป็นกุศล เพราะผู้ที่กำลังจะตายอาจมีความเจ็บปวด มีจิตเศร้าหมอง อื่นๆๆ พยายามนำธรรมะเข้าสู่จิตให้ได้ให้โยกย้ายจิตโดยฟีงธรรมะ สวดมนต์ การได้ยินพุธโธ และที่สำคัญขอให้สถานที่นั้นสงบด้วย ห้ามร้องไห้ให้ได้ยิน พยายามอย่าให้ใส่ท่อช่วยหายในเป็นการทรมานและเจ็บปวดทำให้จิตอยู่กับความเจ็บปวดนั้นได้ ขอแพทย์ให้ผู้ป่วยนอนตายอย่างสงบ และพยายามพากลับบ้านเพราะผู้ป่วยทุกคนขอตายที่บ้านของตนเอง ไม่ต้องกลัวจะมีวิญญาณอยู่บ้านในเมื่อเราได้ทำตามที่แนะนำแล้ว ดวงจิตดวงสุดท้ายย่อมไปเกิดในสุคติภูมิอย่างแน่นอน ชีวิตของคนเราขอแค่อยู่สบาย ตายก็เป็นสุข


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น